วันอาทิตย์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2561

กรุงเทพฯ ไม่เคยพ้นจากวังวนปัญหามลพิษมีแต่จะรุนแรงมากขึ้น ทางแก้ไขต้องคุมเข้มพื้นที่ก่อสร้าง ตรวจจับรถบรรทุกควันดำเข้าเมือง



ฝุ่นพิษมีอันตรายมากทำให้เป็นโรคทางเดินหายใจและเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็ง ที่น่ากลัวคือความหนาแน่นของฝุ่นพิษจะกระจุกอยู่ในบริเวณใจกลางเมือง ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงเรียนจำนวนมาก ทำให้เด็กนักเรียนลูกหลานคนกรุงเทพฯ กำลังอยู่ในภาวะเสี่ยงระดับรุนแรง

ฝุ่น PM 2.5 เกิดขึ้นมาจากควันพิษที่มาจากเครื่องยนต์ที่เผาไหม้ไม่สมบูรณ์ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลที่ใช้กับรถและเครื่องจักร เช่น รถบรรทุก เครื่องจักรกลก่อสร้าง ซึ่งจากงานวิจัยของสำนักบริหารวิจัยและนวัตกรรมเมืองอัจฉริยะ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง พบว่าปริมาณฝุ่น PM 2.5 มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นอย่างมากในกรุงเทพฯ โดยเฉพาะบริเวณที่มีโครงการก่อสร้าง
ถึงแม้ฝุ่นละอองที่เกิดจากการก่อสร้างโดยตรง จะเป็น PM 10 ที่มีอนุภาคใหญ่กว่า แต่การก่อสร้างย่อมมีการขนส่งที่ใช้รถบรรทุกจำนวนมาก ใช้หลายเที่ยว และยังใช้เครื่องจักรกลก่อสร้างจำนวนมาก ยิ่งการก่อสร้างขนาดใหญ่มากขึ้นเท่าไร ก็จำเป็นต้องใช้รถบรรทุกมากขึ้นเท่านั้น และต้องใช้เครื่องจักรกลมากขึ้นเช่นกัน ซึ่งรถบรรทุกและเครื่องจักรเหล่านี้มีแนวโน้มปล่อยฝุ่นพิษ PM 2.5 ออกสู่อากาศจำนวนมาก

ต้องติดตั้งเครื่องมอนิเตอร์วัดปริมาณฝุ่นและรายงานผลบริเวณจุดเสี่ยงทั่วกรุงเทพฯ ปัจจุบันราคาอุปกรณ์ไม่สูง ชาวบ้านจะได้รับรู้สถานการณ์ ทั้งยังเป็นการป้องปรามโครงการก่อสร้าง ทำให้ผู้รับผิดชอบต้องดำเนินการแก้ไขทันที เพราะกลัวถูกประจานว่าเป็นต้นเหตุทำร้ายสุขภาพพลเมืองและด้วยเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตในปัจจุบันยังสามารถรายงานผ่านโทรศัพท์มือถือได้ทันทีทันใด พร้อมทั้งแจ้งเตือนประชาชนผู้สัญจรผ่านพื้นที่ฝุ่นพิษหนาแน่นให้ได้ป้องกันสุขภาพตนเองด้วยการหลบเลี่ยง หรือใช้ผ้าปิดจมูกที่เหมาะสม


หนทางแก้ไขสองประการนี้ เป็นหน้าที่ของกรุงเทพฯ อย่าให้คนกรุงเทพฯ ที่เป็นทุกข์อยู่แล้ว ต้องทุกข์ทุกฤดูกาล คือ ฤดูฝนก็ทุกข์จากน้ำท่วม เพราะกรุงเทพฯ จมน้ำ ฤดูแล้งก็ทุกข์จากมลพิษ เพราะกรุงเทพฯ จมฝุ่น ช่วยกันทำเพื่อลูกหลานเถอะครับ


https://www.posttoday.com/social/think/574841

วันพฤหัสบดีที่ 17 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

หน้ากากอนามัยกรองฝุ่น กลายเป็น หน้ากากฆ่าตัวเอง

หน้ากากกรองฝุ่น กลายเป็น หน้ากากฆ่าตัวเอง
☠☠☠


สวมหน้ากากอนามัย ระดับ N95 ก็ตาม ... หากใส่ไม่ถูกต้องแล้ว ย่อมมาซึ่งความเศร้าใจ แทนที่จะช่วยป้องกันฝุ่นพิษจิ๋ว pm2.5  กลับกลายเป็นหน้ากากที่กักสารพิษไว้ให้ตัวเองหายใจเข้าไป

นักวิทยาศาสตร์ด้านสิ่งแวดล้อมจากสถาบันอาชีวเวชศาสตร์และเวชศาสตร์สิ่งแวดล้อม เมืองเอดินเบอระในสกอตแลนด์ ได้ศึกษาถึงการใช้หน้ากากป้องกันมลพิษ พบว่าอุปกรณ์ปิดปากและจมูกเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยให้ผู้คนปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศได้ แม้ว่าหน้ากากจะสามารถกรองอนุภาคขนาดเล็กตามที่มีการโฆษณา แต่ก็อาจทำให้มลพิษรั่วไหลเข้าสู่ร่างกายได้สูงถึง 68%

นักวิจัยได้ประเมินตัวอย่างหน้ากากที่ใช้ในกรุงปักกิ่ง ประเทศจีน โดยซื้อหน้ากากต่างชนิดกัน 9 แบบที่อ้างว่าป้องกันฝุ่นพิษที่มีค่าเฉลี่ย PM2.5 ซึ่งประกอบด้วยเขม่า ละออง และอนุภาคอื่นๆที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมโครเมตร เรียกว่าเล็กมากจนสามารถผ่านเข้าระบบทางเดินหายใจสู่ปอดและกระแสเลือด เป็นอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง โดยทดสอบกับอาสาสมัคร 10 คนให้สัมผัสไอเสียจากเครื่องยนต์ดีเซลในห้องทดลอง ขณะทดลองก็ให้คนเหล่านี้พูดคุยกัน นั่งนิ่ง ยืน เอียงตัว หรือ เดินไปมา หน้ากากจะดูดเอาละอองน้ำมันดีเซลในอากาศผ่านหน้ากากเป็นเวลา 30 นาที จากนั้นก็จะวัดปริมาณอนุภาคและความเข้มข้นของเขม่าดำทั้ง 2 ด้าน

นักวิจัยเผยว่าการกรองและดูดกลืนอนุภาคของหน้ากากมีค่าเฉลี่ยเขม่าดำ 0.26-29% ขึ้นอยู่กับวัสดุของหน้ากาก ซึ่งพบการรั่วไหลที่ขอบหน้ากากของคนที่นั่งอยู่กับ วัสดุของหน้ากาก ซึ่งพบการรั่วไหลที่ขอบหน้ากากของคนที่นั่งอยู่กับที่ ประมาณ 3-68% ส่วนคนที่เคลื่อนไหวจะมีการรั่วไหลอยู่ที่ 7-66% ทั้งนี้ ประสิทธิภาพของหน้ากากอาจจะดีและเหมาะกับคนในช่วงแรกที่สวมใส่ แต่เมื่อต้องเคลื่อนไหวทำกิจกรรมก็อาจได้รับมลพิษ เพราะอนุภาคเหล่านี้ปะปนอยู่ในควันเเสียรถยนต์ และถูกปล่อยออกมาจากโรงงานอุตสาหกรรม ที่น่ากังวลคือมลพิษทางอากาศทำให้ชาวจีนถึง 1,600,000 ราย เสียชีวิตก่อนวัยอันควร.

วันพุธที่ 16 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

แผ่นกรอง HEPA (HEPA filter) ไม่สามารถนำมาล้างหรือดูดเคาะฝุ่นออกได้

หน้าฝนมา พร้อมกับเชื้อรา เชื้อไวรัสในอากาศ
ร้อน ฝน ชื้น ... เชื้อราเจริญเติบโตดี เชื้อไวรัสแพร่กระจายติดต่อทางอากาศได้มาก

ในบ้านก็ลดความเสี่ยงรับเชื้อโรคได้ด้วย การเปิดใช้เครื่องฟอกอากาศ (Air purifier) หรือชื่อที่ถูกต้อง น่าจะเป็น "เครื่องกรองอากาศ"

...เช็คสภาพของเครื่องกรองอากาศในบ้านให้พร้อมใช้งาน มิเช่นนั้นจะเป็นแค่พัดลมราคาแพง ไว้ประดับบ้าน
...ถ้ามีระบบฆ่าเชื้อโรคด้วย ให้ตรวจว่าอุปกรณ์ยังทำงานได้ดีหรือไม่

แผ่นกรอง HEPA (HEPA filter) ไม่สามารถนำมาล้างหรือดูดเคาะฝุ่นออกได้ และควรเปลี่ยนทุก 3-6 เดือน ... บางคนไม่รู้ หรือต้องการประหยัด นำออกมาล้างดูดเคาะ ก็อาจเป็นภัยต่อสุขภาพท่านเอง เพราะทำให้แผ่นกรองฉีกขาด เสียสภาพการกรองแบบถาวร ...

เครื่องกรองอากาศก็จะกลายร่างเป็น
เครื่องพ่นเชื้อโรคมลพิษ ทันทีที่ท่านเปิดเครื่องใช้งาน



วันอาทิตย์ที่ 6 พฤษภาคม พ.ศ. 2561

ทำไมตากฝนแล้วจึง เป็นหวัด

เคยสงสัยไหมว่า เวลาตากฝน โดยเฉพาะเวลาศีรษะเปียกฝน แล้ววันต่อมา เริ่มมีอาการของหวัด เช่น มีอาการจาม คัดจมูก หรือมีน้ำมูก เกิดอะไรขึ้นกับร่างกายเรา


โรคหวัด ก็คือ โพรงจมูกอักเสบจากการติดเชื้อ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่มักจะเกิดจากไวรัส มีไวรัสเป็นร้อยชนิด ที่ทำให้เกิดไข้หวัดได้ ไวรัสเหล่านี้ กระจายฟุ้งอยู่ในอากาศ แล้วก็ตกลงอยู่ทีพื้น หรือเกาะอยู่ตามฝุ่น ไวรัสเหล่านี้ สามารถมีชีวิตอยู่ได้นาน ในช่วงปกติ เราก็จะสัมผัสกับไวรัสเหล่านี้อยู่บ้าง แต่เนื่องจากปริมาณมีไม่สูง รวมทั้งภูมิต้านทานของร่างกาย และสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม เราจึงไม่เป็นโรคหวัด


ก่อนฝนตก มักจะมีกระแสลมที่แรง ลมเหล่านี้ จะพัดให้ไวรัสฟุ้งกระจายปริมาณมาก หากเราอยู่ในบริเวณนั้น ก่อนฝนตก โอกาสที่จะสัมผัสไวรัสในปริมาณมากก็มีมากขึ้น ดังนั้น พยายามอย่าอยู่ในที่โล่งแจ้งโดยเฉพาะเวลาก่อนฝนตก หรือถ้าหลีกเลี่ยงไม่ได้ อาจใช้ผ้าเช็ดหน้าปิดปากปิดจมูก ในช่วงเวลานั้นก็ได้ครับ


ไวรัสไม่ได้เข้าทางศีรษะแต่เราเป็นหวัดได้ไงนะ?


หากเราตากฝน ศีรษะของเราก็จะเปียกฝน เชื้อโรคไม่ได้เข้าทางศีรษะนะครับ แต่การที่ศีรษะเปียกฝน จะมีผลทำให้อุณภูมิที่พื้นผิวของเยื่อบุจมูกลดต่ำลงประมาณ 1-2 องศาเซลเซียส ซึ่งอุณหภูมิระดับนี้ เหมาะสมสำหรับการแบ่งตัวของเชื้อไวรัสที่ตกค้างอยู่ในช่องจมูก ประกอบกับการสัมผัสเชื้อไวรัสปริมาณมากช่วงก่อนฝนตก ก็เลยทำให้มีไวรัสจำนวนมากบริเวณเยื่อบุจมูก ภูมิต้านทานของร่างกาย จึงไม่อาจต้านทานเชื้อเหล่านี้ได้อีกต่อไป ก็เลยเกิดการอักเสบของเยื่อบุจมูก เกิดอาการบวมของเยื่อบุจมูก ทำให้คัดจมูก รวมทั้งเกิดการสร้างสารคัดหลั่งมากขึ้น ซึ่งก็คือ “น้ำมูก” นั่นเอง หากเชื้อไวรัสลุกลามไปที่ลำคอ ก็จะทำให้เกิดคออักเสบตามมาได้


นอกจากศีรษะที่เปียกฝน ที่มีผลต่ออุณหภูมิในจมูกแล้ว อุณหภูมิบริเวณมือและเท้า ก็มีผลด้วยเช่นเดียวกัน การที่รองเท้าเราเปียกน้ำ และต้องแช่อยู่ในนั้นนานๆ ก็มีผลทำให้อุณภูมิในจมูกลดลง นำไปสู่อาการเป็นหวัดได้

จะเห็นว่าสาเหตุของการที่เชื้อไวรัสเจริญเติบโตได้มากขึ้นแค่ไหน ขึ้นกับสภาพของร่างกายเราด้วยในสภาพแวดล้อมต่างๆกัน สภาพแวดล้อมไหนที่มีผลต่อร่างกายทั้งทางตรงทางอ้อม ก็จะไปมีผลทำให้เชื้อโรคเติบโตได้มากขึ้น ก็จะเป็นสาเหตุให้เกิดความเจ็บป่วยได้มากขึ้น

เชื้อไวรัสไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ทำให้คนเสียชีวิตหรือไม่?

จากระเบียนสถิติพบว่า คนไข้ที่ติดเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการเสียชีวิตไม่มาก อย่างไรก็ตาม การที่คนเป็นไข้หวัดใหญ่ จะมีสภาพภูมิต้านทานต่ำ มีโอกาสสู่งที่ทำให้เกิดการติดเชื้อแทรกซ้อนจากเชื้อโรคประเภทอื่น โดยเฉพาะ เชื้อแบคทีเรียปอดบวม อันเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตที่สูง 

เราจึงความป้องกันหรือหลีกเลี่ยงการติดเชื้อไวรัสไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ ให้มากที่สุด หรือเป็นให้น้อยวัน เพื่อลดการเกิดเชื้อโรคแทรกซ้อน โดยเฉพาะในเด็ก และผู้สูงอายุ

วันอาทิตย์ที่ 29 เมษายน พ.ศ. 2561

'แอร์รถยนต์' ต้นเหตุสุขภาพพัง

'แอร์รถยนต์' ต้นเหตุสุขภาพพัง

คุณเคยได้เข้าไปนั่งในรถยนต์ทั้งของตัวเองหรือของคนรอบข้าง แล้วเกิดความรู้สึกว่ามีการอับชื้นทางอากาศตั้งแต่เริ่มขึ้นรถบ้างไหม ซึ่งแน่นอนว่า อากาศในบ้านเราก็มีทั้งอับและชื้นนี่แหละ ที่ทำให้เชื้อราและแบคทีเรียมีการเจริญเติบโตได้ง่ายดาย และยิ่งเฉพาะอย่างยิ่งช่องแอร์ที่ไม่ได้รับความสะอาดนี่แหละ ที่เป็นต้นเหตุเกิดแห่งการเติบโตของเชื้อรา ที่ทางการแพทย์เรียกว่า “Sick Car Syndrome” นั่นเอง


โดยอาการป่วยจากเชื้อรา แบคทีเรีย และฝุ่นต่างๆ ในรถยนต์ จะก่อให้เกิดอาการต่างๆ ได้แก่ ไอ, จาม, หายใจอย่างลำบาก, มีการระคายเคืองตาและจมูก จนน้ำมูก นำตาไหล, เกิดการง่วงซึม, แน่นหน้าอก, ระบบทางเดินผิดปกติ และ โรคภูมิแพ้ ซึ่งถามว่ากำจัดด้วยสเปรย์หรือน้ำยาดับกลิ่น สามารถช่วยดับกลิ่นได้หรือไม่ หากมีสูตรกำจัดแบคทีเรียก็อาจจะช่วยในระดับหนึ่ง แต่ถ้ากลิ่นของน้ำยาหมด แบคทีเรียและเชื้อราก็กลับมาใหม่ได้อยู่ดี
สำหรับวิธีที่กำจัดฝุ่น และเชื้อราในรถยนต์นั้น มีดังนี้
1.หาสาเหตุของกลิ่นอับว่า ถ้าเปิดประตูแล้วมีกลิ่นอับเลย กลิ่นที่ว่าอาจจะมาจากที่นั่ง หรือ ถ้ามีกลิ่นตอนเปิดแอร์ กลิ่นก็มาจากแอร์ ซึ่งเมื่อพบแล้วให้ทำความสะอาดทันที 
2.พยายามดูดฝุ่นเบาะนั่งเป็นประจำ โดยเฉพาะเบาะผ้า อย่าลืมดูดฝุ่นพรมที่เท้าด้วย
3.หากมีน้ำ หรือเครื่องดื่มที่เคยหกใส่เบาะหรือที่วางเท้า รีบทความสะอาด และจัดการให้แห้ง
4.อย่าฉีดสเปรย์ น้ำหอม หรือสารเคมีต่างๆ มากจนเกินไป เพราะมันอาจจะทำให้ผลแย่กว่าเดิม
5.หากยังมีเชื้อราหรือกลิ่นอับชื้น ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญ

ยาไซบูทรามีน (sibutramine) ... ยาที่ถูกเพิกถอน ไม่ให้ใช้ แต่ก็แอบมาใส่ เพื่อให้เห็นผลรวดเร็ว

ยาไซบูทรามีน (sibutramine) ... ยาที่ถูกเพิกถอน ไม่ให้ใช้ แต่ก็แอบมาใส่ เพื่อให้เห็นผลรวดเร็ว
ยังมียาอีกหลายประเภท ที่เอามาเป็นส่วนผสมของอาหารเสริมลดความอ้วน ที่ต้องระวังเหมือนกันในการใช้

ข้อมูลการทดลองทางคลินิกชี้ให้เห็นว่า ยาเพิ่มความเสี่ยงต่อกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดและโรคหลอดเลือดสมองถึงร้อยละ 16 นอกจากนี้ยังมีอาการที่พบบ่อยคือ ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง และหัวใจเต้นเร็ว ปากแห้ง ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ และท้องผูก เป็นต้น ซึ่งปัจจุบัน อย. ได้เพิกถอนยาไซบูทรามีนออกจากตลาดแล้ว

ประเภทของยาลดน้ำหนักที่มีการจำหน่ายกันในปัจจุบัน

1. ยาควบคุมความหิว ยากลุ่มนี้ออกฤทธิ์กดศูนย์ควบคุมความหิวในสมอง ทำให้ไม่รู้สึกอยากรับประทานอาหารและอิ่มเร็ว แต่เนื่องจากยาประเภทนี้ออกฤทธิ์ต่อสมองโดยตรง ทำให้เกิดผลแทรกซ้อนค่อนข้างมาก เช่น นอนไม่หลับ กระสับกระส่าย หงุดหงิด ใจสั่น ปากแห้ง

2. ยาเพิ่มการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย เป็นการนำยาในกลุ่ม "ไทรอยด์ฮอร์โมน" ที่ใช้รักษาผู้ป่วยโรคไทรอยด์มาใช้ เพราะยากลุ่มนี้สามารถเพิ่มอัตราการเผาผลาญพลังงาน น้ำหนักจึงลดลงอย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ตาม น้ำหนักที่ลดลงเป็นน้ำหนักที่เกิดจากมวลรวมของร่างกาย แทนที่จะเป็นไขมัน ดังนั้น ยานี้จึงส่งผลข้างเคียงสูง แถมยังเป็นอันตรายต่อระบบหัวใจและหลอดเลือดอีกด้วย

3. ยาระบายและยาขับปัสสาวะ เป็นที่นิยมอย่างมาก เนื่องจากทำให้เห็นผลเร็วและน้ำหนักลดลงมาก แต่ความจริงแล้วเป็นภาพลวงตา เพราะสิ่งที่ลดลงไม่ใช่ไขมัน แต่เป็นน้ำภายในร่างกาย การใช้ยาประเภทนี้จะส่งผลข้างเคียง เช่น ทำให้ขาดเกลือแร่ที่สำคัญ และอาจทำให้ไตมีปัญหาได้

4. ยาที่ช่วยทำให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้น ส่วนใหญ่จะเป็นพวกใยอาหาร (ไฟเบอร์) เช่น บุก แมงลัก ซึ่งมักทำให้เกิดอาการท้องอืด

5. ยาลดการดูดซึมไขมัน ทำหน้าที่ยับยั้งการทำงานของน้ำย่อย ที่มีหน้าที่ย่อยสลายไขมัน เมื่อไขมันไม่ถูกย่อยก็จะไม่ถูกดูดซึมเข้าร่างกาย และในที่สุดจะถูกขับถ่ายออกไป อย่างไรก็ตาม ยาประเภทนี้มีผลข้างเคียงทำให้มีลมในลำไส้มาก ท้องอืด ถ่ายอุจจาระเป็นน้ำมัน ผายลมมีน้ำมันปนออกมา อุจจาระบ่อย หรือกลั้นอุจจาระไม่อยู่

6. อาหารเสริมที่อ้างว่าสามารถช่วยลดน้ำหนัก เช่น ไคโตซาน ส้มแขก

7. วิตามิน ถูกจ่ายควบคู่มาด้วย เนื่องจากผลข้างเคียงของยาต่างๆ ข้างต้นทำให้ไม่รู้สึกหิว กินอาหารไม่เพียงพอ หรือระบายน้ำออกจากร่างกายมากไป ทำให้ร่างกายสูญเสียเกลือแร่และวิตามิน

วันอาทิตย์ที่ 15 เมษายน พ.ศ. 2561

ฝุ่นพิษจิ๋วรออยู่ในบ้านและอาคารแล้ว พร้อมให้สูดเข้าสะสมในปอด

ใครให้หลบ pm2.5 เข้าอยู่ในบ้าน ... ฝุ่นพิษจิ๋วรออยู่ในบ้านและอาคารแล้ว พร้อมให้สูดเข้าสะสมในปอด
☠☢💀👿
ศ. นพ.ขวัญชัย ศุภรัตน์ภิญโญ ได้เล่าขานงานวิจัย เรื่อง “ต้องเริ่มในสิ่งใกล้ตัวเพื่อแก้ปัญหาเร่งด้วนเพื่อให้ภายในอาคารที่ทำงานมีคุณภาพอากาศที่ดีกว่าภายนอกอาคาร"
🏠🏣🏘
เปรียบเทียบสภาพอากาศภายนอกและภายในอาคารแบบ real-time เพื่อเป็นกรณีศึกษาในการปรับปรุงคุณภาพอากาศในที่ทำงาน โดยการทดลองพบว่าหากในอาคารเปิดประตูหน้าต่างตามปกติจะมีปริมาณฝุ่นควัน PM2.5 เท่ากับภายนอกอาคาร

ควรให้ความสนใจเป็นพิเศษกับการตรวจวัดปริมาณฝุ่นควันที่มีขนาดเล็กกว่า 2.5 ไมครอน หรือ Particle Matter 2.5 (PM2.5) ซึ่งมักจะมีความไวในการบ่งชี้คุณภาพอากาศมากกว่าการตรวจวัดปริมาณฝุ่นควันขนาดเล็กกว่า 10 ไมครอน (PM10) เมื่อติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศและเริ่มพบว่าดัชนีคุณภาพอากาศหรือ Air Quality Index (AQI) มีค่าสูงขึ้นจนถึงระดับที่อาจจะเป็นอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งตามมาตรฐานสากลมักจะเริ่มให้เฝ้าระวังอันตรายต่อสุขภาพของประชาชนเมื่อระดับ AQI สูงกว่า 100 โดยเฉพาะกลุ่มผู้ที่เป็นโรคภูมิแพ้ โรคทางเดินหายใจ เช่น หอบหืด โรคหัวใจ เด็กและผู้สูงอายุ

ทางสถาบันฯ จึงได้เริ่มดำเนินการปรับปรุงคุณภาพอากาศภายในสถาบันฯ ดังนี้

ออกมาตรการระยะสั้นให้บุคลากรปิดประตูหน้าต่างทุกบานให้สนิทตลอดเวลา เพื่อไม่ให้อากาศภายนอกเข้ามาภายในตัวอาคารสถาบันฯสำรวจช่องระบายอากาศและขอบประตูหน้าต่างว่ามีช่องให้อากาศภายนอกรั่วไหลเข้ามาได้หรือไม่ ถ้าสามารถปิดหรือซีลได้ให้ดำเนินการทันทีบริหารจัดการเรื่องการเปิดปิดประตูเข้าออกให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ประตูใดที่มีการใช้งานน้อยให้ปิดไว้ชั่วคราวจนกว่าคุณภาพอากาศในตัวอาคารจะดีขึ้นติดตั้งเครื่องฟอกอากาศชนิดที่มีแผ่นกรอง HEPA ตามจุดต่าง ๆ ในบริเวณส่วนกลางของอาคารให้ครบทุกชั้น

ผลการดำเนินการดังกล่าวทำให้ปริมาณฝุ่นละอองขนาดเล็กลดลงจนแทบไม่มีฝุ่นละอองขนาดเล็กในอาคาร ดังนั้นหากนำวิธีการนี้ไปปรับใช้ที่บ้านโดยอาจจะเลือกทำห้องใดห้องหนึ่งหรือหลายห้องที่สมาชิกในบ้านใช้เวลาอยู่ในห้องนั้นเป็นเวลานานให้เป็น Clean Area เช่น ห้องรับแขก ห้องนอน โดยปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด ติดเครื่องฟอกอากาศที่มีขนาดที่เหมาะสมกับขนาดห้อง ด้วยวิธีนี้จะทำให้สมาชิกในบ้านปลอดภัยจากมลพิษทางอากาศได้

http://www.rihes.cmu.ac.th/news/9529